วัดวาอาราม » จ.บึงกาฬ ปิดท้ายสงกรานต์แห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์สรงน้ำขอพรหลวงพ่อพระใหญ่

จ.บึงกาฬ ปิดท้ายสงกรานต์แห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์สรงน้ำขอพรหลวงพ่อพระใหญ่

22 เมษายน 2017
0

(22 เม.ย. 60) นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นำพุทธศาสนิกชนจังหวัดบึงกาฬร่วมพิธีบวงสรวงและแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมโขงบ้านท่าไคร้ ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยน้ำจั้นแห่งนี้ได้เล่าต่อกันมาว่าบรรพบุรุษได้ใช้น้ำจั้นหรือบ่อน้ำซึมที่มีความสูงกว่าระดับน้ำโขงและไหลลงน้ำโขงตลอดทั้งปีไม่มีแห้ง เป็นแหล่งน้ำดื่มสำหรับคนในตำบลบึงกาฬและทุกๆ ปี หลังจากวันสงกรานต์จะทำพิธีแห่น้ำจั้น ทั้งในทางบกและทางน้ำโดยมีขบวนแห่ฟ้อนรำอันสวยงามเพื่อมาสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบึงกาฬ ที่วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวลาว เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ต่างให้ความเคารพนับถือทั้งสองฝั่งน้ำโขง ในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังสงกรานต์ทุกปีจะจัดให้มีงานพิธีสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ โดยจัดให้มีงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 มีพุทธศาสนิกชนจากไทยและ สปป.ลาว มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น ลูกหลานๆ ที่ไปเรียนหนังสือหรือไปทำงานในต่างจังหวัดจะต้องกลับมาบ้านบึงกาฬ เพื่อมาเข้าร่วมพิธีนี้ทุกคนและถือปฏิบัติกันมาเป็นประเพณี
หลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เล่ากันว่าราว 200 กว่าปีก่อน ชาวบ้านอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองยศ หรือยโสธร บุกเบิกป่าทึบแล้วพบหลวงพ่อพระใหญ่ ในสภาพมีเถาวัลย์ปกคลุมรกรุงรังและพระเกศหัก จึงช่วยกันบูรณะเสริมพระเกศขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์ และฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสร้างเป็นวัดขึ้น ขณะนี้พระอุโบสถทีประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่อยู่ในระหว่างการบูรณะก่อสร้างหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม หลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว สูง 3 ศอก 1 คืบ ศิลปะสมัยล้านช้าง แสดงถึงสายสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง พุทธศาสนิกชนมักไปกราบไหว้บูชาตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอให้ทำสิ่งใดๆ ได้สำเร็จ เช่นการสอบเข้าเรียน การเข้าทำงานหรือแม้การขอมีบุตร เมื่อได้สมหวังตามที่ขอพรเอาไว้ ก็จะบูชาเอาบั้งไฟ 9 ดอกไปจุดถวายหลวงพ่อพระใหญ่ ณ จุดที่เตรียมไว้ข้างพระอุโบสถ  แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ