ข่าวกู้ภัยบึงกาฬ » บึงกาฬ3หนุ่มประกาศฆ่าล้างโคตรคู่อริ บุกฟันพ่อแน่นิ่ง จ่อทำร้ายแม่-ลูกอ่อน โชคดีคนช่วยทัน

บึงกาฬ3หนุ่มประกาศฆ่าล้างโคตรคู่อริ บุกฟันพ่อแน่นิ่ง จ่อทำร้ายแม่-ลูกอ่อน โชคดีคนช่วยทัน

30 มกราคม 2017
0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 ม.ค. ร.ต.อ.เทียนชัย ยุรปัทมการ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เซกา จ.บึงกาฬ รับแจ้งมีเหตุทำร้ายร่างกายมีผู้บาดเจ็บที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมูที่10 บ้านเซกาใต้ อ.เซกา จ.บึงกาฬ  จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุสรณ์ มั่งมี ผกก.พ.ต.ท.สุรัตน์ พินิจมนตรี รอง ผกก.ป.พ.ต.ท.อรุณ รักสัตย์  รอง ผกก.สส.และตำรวจชุดสายตรวจพบ นางสาวศิริกุญชร แสนสุริวงศ์ อายุ28ปี เจ้าของห้องเช่าอุ้มลูกชายวัย 2 เดือนอยู่

 

โดยเล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญให้ตำรวจฟังว่า ขณะตนนอนกล่อมลูกชายอยู่กับนายฉัตรชัย จันทร์เลิศ อายุ24 ปีสามี ซึ่งนอนพักผ่อนในวันหยุดอยู่ภายในบ้าน ได้มีชาย 3 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสีและยี่ห้อมายืนร้องโวยวายตะโกนด่าทอและท้าทายให้สามีตนออกไปพบ หากไม่ออกไปจะบุกเข้ามาฆ่าให้ตายทั้งบ้าน สามีบอกให้ตนอุ้มลูกน้อยหลบเข้าไปในห้องนอนก่อน ส่วนคนร้ายที่มาเรียกเห็นไม่ออกไปพบ 1 ใน 3จึงใช้ด้ามจอบทุบพังหน้าต่างกระจกบุกเข้ามาทำร้ายสามี ได้ยินเสียตุ๊บตั๊บนอกห้องนอนหลายทีแล้วเงียบไป จากนั้นคนร้ายได้พยายามพังประตูจะเข้ามาทำร้ายตนกับลูกอีก ขณะนั้นได้ยินเพื่อนบ้านตะโกนเสียงดังว่าตำรวจมา คนร้ายจึงรีบวิ่งหนีไปขึ้นจักรยานยนต์ที่เพื่อนติดเครื่องรอหลบหนีไป

 

นางสาวศิริกุญชร เล่าต่อไปว่าเมื่อเปิดประตูห้องนอนออกมาดู พบสามีนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ที่ทางลงบันไดห้องครัว มีบาดแผลถูกฟันที่ท้ายทอยฉกรรจ์ลึกมองเห็นกระดูก เหนือใบหูด้านขวาเป็นรอยซ้ำบวม ที่ศีรษะมีแผลยาว5 เซนติเมตร จึงรีบนำส่ง รพ.เซกา ล่าสุดแพทย์ได้ทำการส่งตัวไปรักษาอาการต่อที่ รพ.สกลนคร เนื่องจากอาการสาหัสมาก ส่วนที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเลือดกระจัดกระจายเต็มห้องพร้อมด้วยเศษขวดเบียร์แตกกระจาย มีมีดปลายแหลมใช้จักตอกตกอยู่ 1 เล่มจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

ภาพ/ข่าว นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.บึงกาฬ

ส่วนที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเลือดกระจัดกระจายเต็มห้อง พร้อมด้วยเศษขวดเบียร์แตกกระจาย มีมีดปลายแหลมตกอยู่ 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุ และติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/846502