วัดวาอาราม » ประมวลภาพงานถวายเพลิงสรีระหลวงปู่สุพิศ วัดถ้ำพระภูวัว จ.บึงกาฬ

ประมวลภาพงานถวายเพลิงสรีระหลวงปู่สุพิศ วัดถ้ำพระภูวัว จ.บึงกาฬ

6 พฤศจิกายน 2016
0

ประมวลภาพงานถวายเพลิงสรีระหลวงปู่สุพิศ กันตจาโร วัดถ้ำพระภูวัว บ้านถ้ำพระ ต.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬ
14925803_778937112245774_2885809384584374754_n

พิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร
ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

หลวงปู่สุพิศ กันตจาโร หรือ “ปู่พิศ” นามสกุลเดิมของท่านคือ “กันทะเสน” ท่านเป็นคนบ้านหนองกุง ต.บงใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ท่านถือกำเนิดตรงกับวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๓ ท่านบรรชาอุปสมบทที่วัดประชานิยม ต.หนองหลวง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ขณะอายุได้ ๒๖ ปี เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๑๙ โดยมีหลวงปู่บุญมี ฐิตปุญฺโญ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชแล้วท่านก็ศึกษาธรรมอยู่กับพระอุปัชฌาย์ของท่านและได้ไปวัดบ้านเกิดท่านปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม ที่วัดป่าสีห์พนมธรรมาราม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร หลวงปู่สุพิศ ท่านได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร โดยมีหลวงปู่อุทัย สิริธโรและหลวงปู่เสถียร คุณวโร เป็นศิษย์พี่ จากนั้นหลวงปู่สุพิศ ท่านได้ธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมที่วัดเจติยาคีรีวิหารหรือวัดภูทอก ธรรมสถานของหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ และวัดถ้ำพระบูชา(ภูวัว) ซึ่งสมัยนั้นหลวงปู่ทองคำ กาญจนวัณโณ ได้มาอยู่สร้างสำนักตามคำสั่งของหลวงปู่จวนแล้ว

หลวงปู่สุพิศ ท่านได้ติดตามครูบาอาจารย์มาปฏิบัติธรรมตามรอยหลวงปู่ฝั้น อาจาโร มาที่วัดถ้ำพระภูวัว เมื่อราว ปีพ.ศ.๒๕๒๒ หลวงปู่อุทัย สิริธโรและหลวงปู่เสถียร คุณวโร ได้มาอยู่ก่อนแล้ว ที่ภูวัวสมัยที่ท่านธุดงค์มา เรียกว่ายุคบุกเบิกเพราะที่ภูวัวกันดารมาก ห่างไกลหมู่บ้านหลายสิบโล ลำบากเรื่องการออกรับบิณฑบาตและการขบฉัน ต้องเดินลุยป่ารกชัฏและพื้นหินดานอันลื่นด้วยตะไคร่น้ำ และที่สำคัญคือสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่า

หลวงปู่สุพิศ ท่านมีกุฏิอยู่บนก้อนหินใหญ่ ใกล้ๆ กับบริเวณก้อนน้ำอ้อยที่ภาวนาเก่าของหลวงปู่ฝั้น บริเวณกุฏิของท่านใกล้กับทางเดินช้างมาก เรียกว่าเป็นปากประตูทางเข้าออกของช้าง ระหว่างเขตวัดกับเขตผืนป่า หินก้อนใหญ่ใต้กุฏิของท่าน จะมีล่องรอยช้างเอางาขูดก้อนหินฐานกุฎิของหลวงปู่หลายรอย ท่านเป็นพระที่มีจิตเมตตาไม่มีประมาณ แม้แต่ช้างป่าที่ว่าดุร้าย ก็ยังสงบลงได้ด้วยเพราะเมตตาธรรมที่แผ่ออกมาจากจิตใจองค์ท่าน ช้างป่าตัวที่สนิทกันกับท่านเรียกว่ายอมลงยอมวางมีชื่อว่า “สีดอ” เจ้าสีดอ ใจเย็นไม่ดุร้าย มักจะมาเยี่ยมหาหลวงปู่ที่กุฏิอยู่เสมอๆ แม้นกระทั้งวันสุดท้ายแห่งการละขันธ์ของหลวงปู่สุพิศ เจ้าสีดอก็มาวกวนวนเวียนอยู่ในเขตวัดใกล้ๆ กุฏิหลวงปู่ เขาคงจะสื่อถึงองค์ท่านได้กระมั้ง ครูบาจารย์รูปนึงท่านพูดได้น่าสนใจว่า มันเป็นเสี่ยวกับเพิ่น(เพื่อนกับท่าน)เมื่อชาติก่อน มันจึงได้สนิทสนมกับหลวงปู่พิศและมาเยี่ยมส่งท่านในครั้งสุดท้ายนี้

หลวงปู่สุพิศ ท่านใช้ชีวิตเป็นพระธุดงค์อย่างสมบูรณ์แบบ ท่านจะไปไหนมาไหนกับหลวงปู่เสถียร คุณวโรตลอด เรียกว่าถ้าเจอหลวงปู่เสถียร ก็ต้องพบเห็นหลวงปู่สุพิศด้วยกันตลอด หลวงปู่เสถียร จะเรียกหลวงปู่พิศว่า “จารย์จ่อย” ท่านทั้งสองเป็นพระที่ชอบธุดงค์กรรมฐานมาก ชอบอยู่ป่าเป็นวัตร เดินบุกป่าฝ่าดงไปทุกถ้วนทั่วสารทิศ จนผิวพรรณของท่านทั้งสองคล้ำเข้มมาก แต่จิตใจของท่านทั้งสองนั้นใสมากนะ ใครๆ ได้พบเห็นก็จะตอบว่าจริงตามนั้น ท่านทั้งสองมีเมตตาต่อศิษย์มาก ใครได้มาวัดถ้ำพระภูวัว ท่านทั้งสองจะเมตตาพาเดินเที่ยวป่า เพราะว่าเป็นคุณลักษณะนิสัยของท่าน และท่านทั้งสองเดินไวมาก เรียกว่าโยมที่อยากตามไปด้วย มักจะเดินตามท่านทั้งสองไม่ทันกันเลย หลวงปู่สุพิศ แม้ท่านจะเดินธุดงค์ไปกับหลวงปู่เสถียรอยู่บ่อยๆและแม้นจะสนิทสนมกันมาก แต่หลวงปู่สุพิศ ท่านจะมีความเคารพในองค์หลวงปู่เสถียรมากๆ ท่านจะไม่นั่งอาสนะเสมอ จะนั่งเก้าอี้ที่เตี้ยกว่าห่างออกมาหรือบางครั้งท่านจะนั่งกับพื้นหินแทนเลย เวลาใครมากราบไหว้ท่าน ท่านจะถามเจอปู่เถียรหรือยัง กราบปู่เถียรหรือยัง ในชีวิตของหลวงปู่สุพิศ ท่านมีแต่ธรรม ผืนป่า ช้างป่า วัดป่า และวัตรปฏิบัติของพระป่าอย่างแท้จริง

หลวงปู่สุพิศ กันตจาโร ท่านเป็นพระสุปฏิปันโน สมควรแก่การกราบไหว้แลบูชา ท่านอยู่ในป่าถือธุดงควัตรมาตลอด ท่านเคยป่วยเป็นไข้มาลาเรียถึงสองครั้ง ถูกงูกัดหลายครั้ง แม้แต่โรคมะเร็งหลวงปู่ก็ผ่านมาได้ แต่ก็ทำให้สุขภาพร่างกายของหลวงปู่ไม่แข็งแรงนัก ในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ หลวงปู่อาพาธเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยโรคภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดงตัวเอง (autoimmune disorder) ที่ โรงพยาบาลบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ แต่อาการไม่ดีขึ้น ภายหลังท่านตัดสินใจกลับมารักษาตัวที่วัดและละสังขารอย่างสงบ

◎ กราบขอขมาหลวงปู่สุพิศ กันตจาโร

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

มหาเถเร ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต

ลูกหลานกราบขอขมาหลวงปู่สุพิศ กันตจาโร ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี หากเคยประมาทพลาดพลั้ง ด้วยความขาดสติรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งต่อหน้าหรือลับหลัง ทั้งอดีตหรือปัจจุบัน ลูกหลานกราบขอขมา ขอหลวงปู่สุพิศ กันตจาโร โปรดอโหสิกรรม และงดโทษล่วงเกินอันนั้น เพื่อความสำรวมระวังในการณ์ต่อไป และธรรมอันใดที่ท่านได้รู้แจ้งแล้ว ขอลูกหลานได้รู้ธรรม เห็นธรรมอันนั้นด้วยเทอญ

สำหรับภูวัวแล้วเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองของลูก หลวงปู่เสถียรและหลวงปู่สุพิศ ก็เปรียบเหมือนพ่อของลูก ลูกเสียใจเหลือเกินลูกร้องไห้ตลอดเมื่อคิดถึงหลวงปู่ ลูกคิดถึงความเมตตาของปู่เเล้ว ลูกก็อดร้องไห้ไม่ได้ ลูกรักหลวงปู่ ลูกขอทำความดีและจะตั้งใจภาวนา ลูกขอน้อมส่งหลวงปู่ สู่แดนพระนิพพานครับ