วัดถ้ำศรีธน(วัดสว่างอารมณ์)วัดเก่าแก่จังหวัดบึงกาฬ

เปิดอ่าน 2,839 ครั้ง

37_20110520101533

วัดถ้ำศรีธน หรือ วัดสว่างอารมณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ โดยวัดตั้งอยู่บริเวณลานหินเนินเขา ร่มรื่นด้วยต้นไม้และลำธารเล็กๆไหลผ่าน บริเวณใต้โขดหินใหญ่ประดิษฐานพระนอนให้ผู้คนสักการะบูชา บนโขดหินมีอุโบสถ ทรงระฆังคว่ำ หากขึ้นไปถึงด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลจนถึงฝั่งลาว

ตามข้อสันนิฐานเล่าสืบกันต่อมาว่า ท้าวศรีธน เป็นโอรสของพระเจ้าอาทิตยวงศ์แห่งเมือง ปัญจานคร ต่อมาเรียกว่าเมืองเปงจานนคร (ปัจจุบันบ้านเปงจาน อยู่ห่างจากถ้ำศรีธนประมาณ 10 กิโลเมตร)

ท้าวศรีธนได้ติดตามหานางมโนราห์ซึ่งเป็นมเหสีผ่านมาถึงถ้ำฤาษีกัสสปะ พระองค์รำพึงว่า “เรามีความชำนาญ แต่ด้านยิงธนูควรที่จะเรียนวิชาอาคมอื่นเพิ่มเติมเผื่อได้ใช้ในคราวจำเป็น” ท้าวศรีธนจึงได้หยุดเรียน ณ สถานที่ แห่งนี้กับพระฤาษีกัสสปะ

หลังจากเรียนอาคมจบ พระองค์ก็อยากทดลองอาคมดู จึงเดินล้อมไปหลังถ้ำ เลือกก้อนหินก้อนหนึ่งเป็นเครื่องมือทดลอง จากนั้นพระองค์ ได้ใช้มนต์อาคมที่เรียนมาเสกเป่าใส่ดาบ เมื่อท่องมนต์จบก็เงื้อดาบฟันลงบนก้อนหินถึงสามครั้ง ทำให้เกิดเสียงดังสะนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณาบริเวณ ถึงสามครั้ง ผลปรากฏว่า หินก้อนนั้นขาดออกเป็นสามท่อนเป็นน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

จากนั้นพระองค์ก็ลาพระฤาษี กัสสปะ ตามหานางมโนราห์มเหสีผู้มีค่าเท่าชีวิต ไปจนพบที่เมืองภูเงินแห่งเขาไกรราช แล้วต่อมาพระองค์ กับมเหสีมโนราห์ก็กลับมาปกครองเมืองเปงจานต่อจากพระราชบิดา ด้วยความผาสุข จนสิ้นสมัยของพระองค์

โดยนิทานพื้นเรื่องนี้สถานที่เกิดคือตำบลปากคาด อำเภอปากคาด และตำบลโพนแพง กิ่งอำเภอรัตนวาปี จังหวัด หนองคาย เป็นเรื่องที่อ่านแล้วสนุกสนานมาก เบ่งบอกถึงพลังแห่งความรัก ถึงแม้นจะมีอุปสรรคมาขวางกั้น สักเท่าใดก็ตาม ก็ไม่สามารถมากั้นรักอันทรงมีพลังเหนือชีวิตไปได้สมกับคำนิยามของเรื่องนี้ที่ว่า “รักที่เพียรพยายาม”

ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณถ้ำดังกล่าวว่า “ถ้ำศรีธน” เพราะมีร่องรอย ต่างๆ ตามตำนานท้าวศรีธนปรากฏอยู่เช่น ตัวของถ้ำ สถานที่ศรีธนลองดาบ และยังอยู่ใกล้บ้านเปงจาน หรือเมืองเปงจานนครราชในอดีต ซึ่งมีหลักเสมาเก่าแก่สูงประมาณ 1.90 เมตร มีตัวอักษร เป็นสิ่งเบ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณมาก่อน

ข้อมูลโดย : สำนักงานเทศบาลตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ

 

 

TAGS ที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

Comentários no Facebook